วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2561

ข่าวเคมี2

มาเลเซียเร่งตามหาถังกัมมันตรังสี สูญหายระหว่างขนส่ง


เกิดเหตุบรรจุภัณฑ์สารกัมมันตรังสี สูญหายไปอย่างเป็นปริศนา ระหว่างการขนส่ง ทางการมาเลเซียเร่งตามหา หวั่นตกอยู่ในมือกลุ่มติดอาวุธ
วันที่ 21 ส.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม บรรจุภัณฑ์ใส่สารกัมมันตรังสี รูปทรงกระบอกขนาดใหญ่ หนัก 23 กิโลกรัมสูญหายไป จากท้ายรถกระบะคันหนึ่งระหว่างการขนส่ง จากเมืองเซเร็มบัน ไปยัง เมืองชาห์ อาลาม เมืองเอกของรัฐสลังงอร์ ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 60 กม. ส่งผลให้ทางการมาเลเซียกำลังเร่งติดตามหาบรรจุภัณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากหวั่นเกรงว่าสารกัมมันตรังสีที่อยู่ภายในอาจแพร่กระจายจนก่อให้เกิดอันตรายได้
ทั้งนี้บรรจุภัณฑ์สารกัมมันตรังสีที่สูญหายไปนั้นคือสาร ‘อิริเดียม’ ไม่ทราบปริมาณ อาจฟุ้งกระจายสู่อากาศ หรือตกอยู่ในมือกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งสารดังกล่าว สามารถนำไปผลิตระเบิดนิวเคลียร์อย่างหยาบ ที่เรียกกันว่า ‘dirty bomb’ ได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากบรรจุภัณฑ์สารกัมมันตรังสีดังกล่าว ได้สูญหายไปอย่างเป็นปริศนา พนักงานสองคนของบริษัทได้ถูกจับกุม ก่อนจะถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอในที่จะชี้ว่าพนักงานทั้งสองเกี่ยวข้องกับการสูญหายของบรรจุภัณฑ์อันตรายนี้
ข้อมูลจากnews.mthai



ข่าวเคมี1

ตรวจสอบแล้ว! สารเคมี ใน ซ.พหลฯ24 เป็น อีลีเดียม 192
สารกัมมันตรังสีโคบอลต์ 60

เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. ที่ผ่านมา เพจ FM. 91 Trafficpro ได้รายงานว่าเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลในโกดังสินค้าแห่งซ.พหลฯ 24 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปรมณูเพื่อสันติ เข้าตรวจสอบแล้ว พร้อมสั่งเร่งอพยพคนออกจากพื้นที่ และประกาศให้ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว ปิดประตูและหน้าต่างเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเบื้องต้นคาดว่า เป็น สารกัมมันตรังสีโคบอลต์ 60 ซึ่งเป็นสารอันตราย ที่ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่ถูกรังสีนี้จะให้เกิดเม็ดเลือดขาวต่ำ มีอาการอ่อนเพลีย มือไหม้พอง และสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งบางคนมีอาการตื่นกลัวไม่ยอมรักษาโดยวิธีฉายรังสีจากโคบอลท์-60 หรือสารรังสีหรือแร่โคบอลท์-60 ประกอบด้วย รังสีแกมม่าและรังสีเบต้าและรังสีที่ใช้เป็นตัวรักษาเป็นอันตราย
คือ รังสีแกมมา มีแรงทะลุทลวงมากกว่า รังสีเบต้ามากโคบอลท์-60 เป็นสารรังสีที่ใช้ในทางการแพทย์ในไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2501 โดยปัจจุบันใช้เป็นต้นกำเนิดรังสีแกมม่า สำหรับรักษาโรคมะเร็ง โดยอาศัยคุณสมบัติของรังสีที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็งได้ และปัจจุบันนี้ก็มีผู้ป่วยมะเร็งชาวไทยจำนวนมากมายที่รอดชีวิตจากโรคมะเร็งเกิน 10-30 ปี

ล่าสุด
คืบหน้าล่าสุดเจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ยืนยันสารเคมีที่พบไม่ใช่โคบอล์ต 60 ไม่มีการรั่วไหล ระบุเป็นอีลีเดียม 192 ใช้ตรวจรอยเชื่อมในภาคอุตฯ ระดับรังสีหมดลงแล้ว พร้อมระบุว่าแม้ตรวจจสอบพบว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะใช้งานและระดับรังสีหมดไปแล้ว ก็จะเคลื่อนย้ายไปไว้ที่สำนักงานเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ
โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนี้สามารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทใดเป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ การนำมาทิ้งไว้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนต่อไปเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ส่วนใครที่พบเจอวัตถุต้องสงสัยที่มีสัญลักษณ์เกี่ยวกับรังสี สามารถแจ้งได้ที่ 089-200-6243 ได้ตลอด 24 ชม.
ข้อมูลจากnews.mthai.com